วรรณกรรมพื้นบ้านภาคอีสาน

นิทานพื้นบ้านอีสาน

ในส่วนของภาคอีสานถือได้ว่าเป็นภูมิภาค ที่รวบรวมเอาศิลปะ วัฒนธรรมพื้นบ้านไว้เป็นอย่างมากซึ่งนอกเหนือจากการฟ้อนรำและการแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์  ที่เรามักจะพบเห็นกันอยู่เสมอแล้ว  อีกสิ่งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวอีสาน  นั้นก็คือ  นิทานพื้นบ้านซึ่งเป็นวรรณกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา  บ้างก็เป็นนิทานที่ให้คติสอนใจ  บ้างก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณี  รวมไปถึงขนบธรรมเนียมต่างๆ มากมาย   และก็ยังมีบางส่วนที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสถานที่ต่างๆ จนทุกวันนี้  หากจะนับวรรณกรรมนิทานพื้นบ้านอีสาน  ก็คงจะนับได้ไม่ถ้วน เช่น นิทานพื้นบ้านอีสานตำนานผาแดงนางไอ่  ซึ่งเป็นเรื่องราวความเชื่อของพญานาค และเรื่องราวเรื่องเล่าของหนองน้ำที่ชื่อหนองหาน จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดสกลนคร  ซึ่งก็เป็นความเชื่อที่มีสืบทอดต่อเนื่องมายาวนาน เกี่ยวกับตำนานของพญานาคจนถึงปัจจุบัน  หรือไม่ว่าจะเป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องปู่ปะหลาน  ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สะท้อนสภาพชีวิตความเป็นอยู่ ของหมู่บ้านซึ่งเต็มไปด้วยความแห้งแล้ง ในช่วงเวลาหนึ่งของภาคอีสาน สอดแทรกไปด้วยเรื่องราวที่สนใจ  และมีความสะท้อนใจอยู่ในเรื่อง หรือจะเป็นนิทานพื้นบ้านเรื่องขี้เหล้าเล่นหม้อ  หรืออีกเรื่องที่ถือได้ว่าเป็นตำนานของภาคอีสาน นั่นก็คือเรื่องกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ซึ่งถือได้ว่าเรื่องนี้เป็นนิทานวรรณกรรมที่สอดแทรกเรื่องราวและคติสอนใจได้เป็นอย่างมาก

วรรณกรรมพื้นบ้านของภาคอีสาน จึงเป็นเหมือนศูนย์รวมเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับ นิทานที่เป็นคติสอนใจทั้งหลาย  ที่คนรุ่นปู่รุ่นย่าได้นำมาใช้ในการสอนลูกสอนหลาน  สำหรับดำเนินชีวิตรวมไปถึงการปฏิบัติตนอย่างรู้กาลเทศะ ซึ่งแน่นอนว่า ในปัจจุบันนี้  เรื่องราวบางเรื่อง คนรุ่นใหม่ก็ยังไม่ค่อยรู้จัก ซึ่งอาจจะเป็นเพราะค่านิยมและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป  การเรียนรู้หรือรับฟังเรื่องราววรรณกรรมพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นของภาคอีสาน  หรือไม่ว่าภาคไหนก็ตามดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลกับเยาวชนในยุคนี้ออกไปเป็นอย่างมาก  จึงเป็นที่น่าเสียดายถ้าหากวรรณกรรมพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระดีๆ ที่สอดแทรกมาพร้อมกับความบันเทิง  และถูกใช้ในการกล่อมเกลา อบรม บ่มนิสัย  ให้กับเด็กๆถูกลดเลือนหายไปตามสมัยนิยม  ดังนั้น  การอนุรักษ์วรรณกรรมพื้นบ้านก็เทียบได้กับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้ยังคงอยู่และเป็นเรื่องเล่าขานสืบต่อกันไป

ซึ่งในส่วนของการอนุรักษ์วรรณกรรมพื้นบ้านต่างๆ นั้น  คงไม่อาจอาศัยบุคคลคนเดียวแล้วจะทำให้ประสบความสำเร็จได้  แต่อาจจะต้องอาศัยถึงคนในรุ่นนี้ทุกคนช่วยกันสืบสานนำนิทานพื้นบ้านที่มีอยู่ในอดีต กลับมาบอกเล่าและใช้เป็นเรื่องราวในการสอนลูกหลานให้ดำเนินชีวิตอย่างมีคติธรรมประจำใจ  การที่เด็กๆได้เรียนรู้รูปแบบวิถีชีวิตความดีความชั่ว ความถูกความผิด จากนิทานพื้นบ้านวรรณกรรมต่างๆ เหล่านี้ก็ยังแต่จะทำให้ เกิดประโยชน์ แก่เยาวชนและประเทศชาติสืบต่อไปนั่นเอง

วรรณกรรมศิลปกรรมท้องถิ่นภาคกลาง

วรรณกรรมศิลปกรรม

ในประเทศไทยเราเองถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วรรณกรรมท้องถิ่นซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยอดีต เป็นเรื่องเล่าที่บอกต่อกันมายาวนานปากต่อปากจากรุ่นสู่รุ่น  วรรณกรรมต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณกรรมท้องถิ่นซึ่งเกิดขึ้นในแต่ละภาคนั้นเอง

ความหลากหลายของวัฒนธรรม  รวมไปถึงวรรณกรรมท้องถิ่น  มีให้เราได้เรียนรู้กันอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง  ซึ่งมีหลากหลายประเภทและแต่ละประเภทก็ล้วนแล้วแต่แสดงถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัว  ซึ่งเป็นศิลปะที่มีเสน่ห์ไม่ว่าใครที่ได้มาสัมผัสวรรณกรรมต่างๆเหล่านี้  ต่างก็หลงใหลและรักในวรรณกรรมท้องถิ่นของบ้านเรา  ซึ่งวรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลางจะประกอบไปด้วย วรรณกรรมประเภทต่างๆดังนี้

วรรณกรรมประเภทกลอนสวด  เป็นวรรณกรรมซึ่งเกิดจากการประพันธ์ด้วยกาพย์ยานี  กาพย์ฉบังและกาพย์สุรางคนางค์  การสวดหนังสือ  เป็นการอ่านวรรณกรรมทำนองต่างๆ สัตวิหารราย  หรือเป็นการสวดโอ้เอ้ศาลาราย  การสวดมาลัย  รวมไปถึงสวดคฤหัสถ์  การฟังบทสวดต่างๆที่เป็นทำนองของการสวดวรรณกรรมประเภทกลอนสวดนี้  นอกจากจะทำให้ผู้ฟังได้รับความเพลิดเพลิน  แล้วยังได้รับคติธรรมซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถใช้ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี  ยกตัวอย่างเช่น สังข์ศิลป์ชัยกลอนสวน  โสนน้อยเรือนงาม  ปลาบู่ทองเป็นตน

วรรณกรรมประเภทกลอนบทละครนอก  เป็นวรรณกรรมประเภทหลอดเลือดประพันธ์เป็นตอนๆ  เพื่อที่จะใช้สำหรับเป็นบทละครตอน  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเลือกตอนที่มีเนื้อเรื่องที่สนุกสนานจากวรรณกรรมท้องถิ่นต่างๆ  มาทำเป็นบทละคร  ดังนั้น  เราจะพบว่าวรรณกรรมประเภทบทละครนอก  จะมีเนื้อเรื่องที่ไม่จบเรื่องบริบูรณ์  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะบอกเล่าถึงเรื่องราวที่มีความเป็นมาในแต่ละช่วงที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือมีความสำคัญในเรื่องนั้นๆ ละครนอกซึ่งมาจากวรรณกรรมประเภทกลอนบทละครนอก  จะเป็นการแสดงของชาวบ้านนิยมเล่นกันตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ยกตัวอย่างเช่น  วรรณกรรมเรื่องพิกุลทอง  พระรถเมรี  สังข์ทอง  และมโนราห์  เป็นต้น

วรรณกรรมประเภทกลอนนิทาน  เป็นวรรณกรรมที่แตกต่างจากประเภทกลอนบทละคร  เพราะประเภทกลอนนิทานจะนิยมประพันธ์ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องบริบูรณ์  นิยมกันมากในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโสนน้อยเรือนงามปลาบู่ทอง  นางสิบสอง  เป็นต้น  ส่วนใหญ่แล้วประชาชนในยุคนั้นจะนิยมซื้อนิทานเพื่อมาเล่าสู่กันฟังในครัวเรือนเพื่อความบันเทิง

วรรณกรรมประเภทกลอนแหล่  เป็นการนำเนื้อเรื่องตอนใดตอนหนึ่งในมหาเวสสันดรชาดก  มาประพันธ์เป็นรูปแบบกลอนแหล่  ซึ่งจะมีชื่อเรียกกันว่า  แหล่ใน  หรือส่วนหนึ่งจะมีการนำบางตอนของนิทานพื้นบ้านมาประพันธ์  เรียกว่า แหล่นอก นอกจากนี้ยังมีกลอนแหล่เบ็ดเตล็ด  เช่น  กลอนแหล่ให้พรกลอนแหล่บายศรี  หรือ  กลอนแหล่ทำขวัญนาค  เป็นต้น

วรรณกรรมพื้นบ้านและลักษณะที่สำคัญ

Literature

วรรณกรรมพื้นบ้าน เป็นผลงานศิลปะ ที่ในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เราควรอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างยิ่ง  เพราะกว่าที่ จะมีงานวรรณกรรมดีๆเกิดขึ้นให้เราได้ทำการเรียนรู้และศึกษาถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย  ซึ่งในส่วนของวรรณกรรมมีมากมายหลากหลายทั้งวรรณกรรมพื้นบ้านในแต่ละภาค  ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพื่อถ่ายทอด เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคนั้นๆโดยการใช้ภาษาพื้นบ้านในการถ่ายทอดนั่นเองและแน่นอนว่า  คำว่าวรรณกรรม หรือวรรณกรรมพื้นบ้าน  ก็เป็นผลงานที่เกิดขึ้นโดยการใช้ภาษาการพูด  รวมถึงการเขียนของกลุ่มคนแต่ละท้องถิ่น  ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านภาคเหนือ  วรรณกรรมพื้นบ้านภาคอีสาน  และวรรณกรรมพื้นบ้านภาคใต้  สิ่งต่างๆในแต่ละภูมิภาคบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละท้องถิ่น โดยเฉพาะจะมีการมุ่งเน้นเรื่องจารีตประเพณี  ชีวิตความเป็นอยู่  ทัศนคติและค่านิยม  ตลอดจนความเชื่อต่างๆ ของบรรพบุรุษ  ซึ่งเป็นพื้นฐานความคิดและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นของคนในปัจจุบันนี้  ซึ่งวรรณกรรมพื้นบ้านที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  เช่น นิทานพื้นบ้านไทยเรื่องจันทโครพ  นิทานพื้นบ้านไทย  วรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องสังข์ทอง  นิทานพื้นบ้านภาคอีสานเรื่องท้าวเจ็ดหวดเจ็ดไห  และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งวรรณกรรมต่างๆ เหล่านี้  ถือได้ว่าเป็นนิทานประเภทวรรณกรรมพื้นบ้าน  ที่เราได้ทำการเรียนรู้และศึกษากันมาตั้งแต่เด็ก  บางเรื่องจัดอยู่ในวิชาเรียน บางเรื่องเป็นนิทานที่ผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นปู่ย่าตายาย  หรือพ่อแม่เราชอบเล่าสู่ลูกสู่หลานฟัง  เพื่อเป็นนิทานกล่อมนอนหรือเป็นนิทานเรื่องเล่าให้เราได้ฟังกันแบบเพลิดเพลิน

ลักษณะของวรรณกรรมพื้นบ้าน

ลักษณะที่สำคัญของวรรณกรรมพื้นบ้านถึงแม้ว่าจะมีความหลากหลายแตกต่างกันออกไปตามแต่ละภูมิภาคซึ่งถือได้ว่าวรรณกรรมต่างๆเหล่านั้นจะมีความเป็นเอกลักษณ์และมีการสืบทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโดยการบอกเล่าสืบสานต่อกันมาโดยปากต่อปากและแพร่หลายกันมากในกลุ่มชนท้องถิ่นซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการบันทึกด้านขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นซึ่งเป็นแบบฉบับให้คนรุ่นหลังได้เยอะ ถือและปฏิบัติตามโดยส่วนใหญ่แล้ววรรณกรรมพื้นบ้านจะไม่ปรากฏชื่อผู้แต่งและเรื่องราวต่างๆของวรรณกรรมนานๆจะเป็นการบอกเล่าแบบปากต่อปากสืบทอดกันมา จากรุ่นสู่รุ่นและโดยส่วนใหญ่มักจะใช้ภาษาท้องถิ่นลักษณะถ้อยคําที่เรียบเรียงขึ้นเป็นถ้อยคำง่ายๆสื่อความหมายแบบตรงไปตรงมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความบันเทิงและเพื่อสอนจริยธรรมรวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของคนในท้องถิ่นนั้นๆด้วย

ความสวยงามของงานวรรณกรรมพื้นบ้านจึงเป็นสิ่งที่เราควรให้การอนุรักษ์โดยการสืบสานศิลปวัฒนธรรมรวมไปถึงถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆที่มีมาจากสมัยก่อนไปสู่เยาวชนรุ่นหลังให้เรื่องราวต่างๆทางวรรณกรรมพื้นบ้านยังคงอยู่เพื่อเป็นสื่อสำหรับสอนวัฒนธรรมจารีตประเพณีอันดีงามของไทยสืบต่อไปนั่นเอง